อย.ยกระดับไซบูทรามีน เป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

183 total views, 1 views today

อย. ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ฝ่าฝืนโทษหนักขึ้น จาคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับถึง 2 ล้านบาท
อย. ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ฝ่าฝืนโทษหนักขึ้น จำคุกสูงสุดถึง 20 ปี และปรับถึง 2 ล้านบาท
อย. ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 1 เอาโทษถึงที่สุด หากผลิต
นาเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสม มีโทษจาคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท –
2 ล้านบาท หากขายจะมีโทษจาคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท – 2 ล้านบาท รวมถึงการ
ครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการกระทาผิดด้วย
วันนี้ (24 พฤษภาคม 2561) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์
รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานใน
การประชุมคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทว่า
จากกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการลักลอบใส่ไซบูทรามีนและ
เป็นสาเหตุทาให้เสียชีวิต โดยไซบูทรามีน (Sibutramine) ออกฤทธิ์
ต่อระบบประสาทส่วนกลางทาให้รู้สึกไม่อยากอาหารและส่งผล
ข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ปี 2553
ทางประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ยานี้ รวมทั้งใน
ประเทศไทยได้มีการเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจาก
ท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน แต่ปัจจุบันผู้ผลิต
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยังแอบเจือปนสารไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์
เสริมอาหารเพื่อหวังลดน้าหนัก ซึ่งเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์
และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ผู้ใดผลิต จาหน่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร
พ.ศ.2522 มีโทษจาคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจาทั้งปรับ ซึ่งจากการดาเนินการที่
ผ่านมายังพบการลักลอบใส่สารไซบูทรามีนในหลายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น สานักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา (อย.) จึงเสนอคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออก
ฤทธิ์ในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 ซึ่งหากผลิต นาเข้าหรือ
ส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจาคุกตั้งแต่ 5 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท –
2 ล้านบาท หากขายจะมีโทษจาคุกตั้งแต่ 4 – 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท – 2 ล้านบาท รวมถึงการ
ครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการกระทาผิดด้วย
นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เสริม
อาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากมีการโฆษณาว่าสามารถช่วยรักษาโรค ลดความอ้วน หรือมีผลในทางยา
ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีส่วนผสมของยา ซึ่งผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้น จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หาก
ผู้บริโภคต้องการลดน้าหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกาลัง
กายอย่างเหมาะสม หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัช
กรเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต การใช้ยาลดความอ้วนไม่
สามารถทาให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้ว จะทาให้น้าหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่
เรียกว่า YO – YO Effect หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จาหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย
ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ รองเรียนผาน Oryor Smart Application หรือสานักงานสาธารณสุข
จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดาเนินคดีกับผู้กระทาความผิดอย่างเข้มงวดต่อไป
******************************************************
วันที่เผยแพร่ 24 พฤษภาคม 2561 ข่าวแจก 67 / ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
ที่มา…http://www.fda.moph.go.th/SitePages/News.aspx?IDitem=604

แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ค
ອ້າຍແຫຼ່
ຂໍ້ມູນຂ່າວສານ ທີ່ນໍາມາແບ່ງປັນອ່ານ ຫວັງວ່າຈະເປັນປະໂຫຍດກັບທ່ານ ບໍ່ຫຼາຍຫຼືຫນ້ອຍ ຂໍຂອບໃຈທ່ານທັງຫມົດ ທີ່ມາອ່ານມາເບິ່ງ ເວັບໄຊຕ໌ນີ້

โพสต์ล่าสุด